แนะนำให้ใช้เบราว์เซอร์ Firefox หรือ Chrome ในการใช้งานเว็บลำพูนคลับ | ลำพูนคลับไม่สนับสนุนการซื้อขายสิ่งผิดกฏหมายและละเมิดลิขสิทธิ์ทุกชนิด





ผู้เขียน หัวข้อ: เหลือการชิงชัยอีกเพียงแต่ 9 นัดเพียงแค่นั้นสำหรับศึกบุนเดสลีกาฤดูกาล 2018/19  (อ่าน 3 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ veerachai29

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8515
  • จิตพิสัย: +0/-0
เหตุการณ์ล่าสุดทั้ง “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และก็ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ต่างก็กำลังทำสกอร์ได้เสมอกันที่ 57 คะแนน แล้วอะไรที่จะเป็นปัจจัยหลักสำหรับเพื่อการชี้ชะตาแชมป์ของทั้งคู่สมาพันธ์ยักษ์ใหญ่กันล่ะ?
วันนี้เราจะมาพินิจพิจารณาให้มองกันว่าจาก 27 คะแนนที่เหลือ กลุ่มไหนกันแน่ที่จะคว้าแต้มซิวถาดแชมป์ Meisterschale ได้มากกว่ากัน เริ่มกันที่ดอร์ทมุนด์ก่อนเลย...


1) ดอร์ทมุนด์มีกัปตันรอยส์
มาร์โค รอยส์ รับหน้าที่สวมปลอกที่มีไว้ใส่แขนกัปตันนำกองทัพเสือเหลืองมาตั้งแต่ต้นฤดูกาลล่าสุด ด้วยความปรารถนาจะเป็นผู้ยกถาดแชมป์ลีกในปีนี้แล้วก็หยุดสถิติแชมป์สม่ำเสมอ 6 ปีของบาเยิร์นให้ได้ กัปตันรอยส์โชว์ฟอร์มได้เร่าร้อนสุดๆข้างหลังยิงถึง 14 ประตูรวมทั้งทำอีก 6 แอสซิสต์จากการลงเล่น 21 นัดหมาย

เล่นเอาโทมัส เดลานีย์ สหายร่วมทีมจำเป็นต้องออกมากล่าวว่ารอยส์ก็คือเมสซีหรือโรนัลโด้ที่ถ้ำเสือเหลืองดีๆนี่เอง เขาเป็นนักฟุตบอลที่ทีมจำเป็น เมื่อนับตามสถิติแล้ว ถ้าหากกัปตันวัย 29 ปีคนนี้ลงในสนาม ดอร์ทมุนด์จะเก็บแต้มเฉลี่ยถึงที่กะไว้ 2.3 คะแนนและก็ยิงได้เฉลี่ย 2.57 ประตูต่อ 1 เกมบุนเดสลีกา แต่แม้ไร้เงารอยส์ในสนาม สถิติจะตกลงมาอยู่ที่ 2.0 และ1.75 เป็นลำดับ

ถือได้ว่ารอยส์คือผู้ผลิตไม่เหมือนกันอย่างแท้จริงแล้วก็อาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำถาดแชมป์กลับมาสู่ถ้ำเสือเหลืองได้อีกรอบภายหลังที่เคยทำเป็นครั้งปัจจุบันเมื่อปี 2012

2) โปรจ่ายวัยหนุ่ม
มิได้เป็นควักเงินจ่ายเงินนะ แต่ว่าซึ่งก็คือการส่งบอลให้เพื่อนพ้องยิงประตูหรือทำแอสซิสต์นั่นเอง จาดอน ซานโช ทำแอสซิสต์ในช่วงฤดูกาลนี้ไปแล้วถึง 10 ครั้ง

เป็นสถิติสูงสุดในบุนเดสลีกาและแม้นับทั้งยังท็อป 5 ลีกในยุโรปแล้ว มีเพียงแต่ลีโอเนล เมสซีเพียงแค่นั้นที่ทำทางให้เพื่อนได้มากกว่าเขา ยิ่งไปกว่านั้น ซานโชยังยิงไปแล้ว 8 ประตูจากการลงเล่น 25 นัดอีกด้วย

3) ยิงได้จากทุกทิศทุกทาง
แม้ดอร์ทมุนด์จะเสียสถิติกลุ่มที่ยิงประตูได้มากที่สุดในลีกไปแล้ว แต่ว่าก็ยังครองสถิติเป็นทีมที่มีผู้เล่นทำประตูได้มากที่สุดคือ 18 คนจาก 22 ขุนพลที่ฝ่าศึกในฤดูกาลนี้ มีแค่เพียง เอ้อเมอร์ โทปรัค, มาร์เซล ชเมลเซอร์ กับผู้เฝ้าประตูทั้งคู่คนเป็น โรมัน เบือร์กี้ แล้วก็ มาร์วิน ได้รับความนิยมซ์ ที่ยังทำแต้มไม่ได้

ดอร์ทมุนด์มีเกมรุกที่มากมายโดยมีผู้กระทำประตูตัวหลักของทีมเช่นสามประสานรอยส์ อัลกาเซร์ (ยิงไปคนละ 14 ประตู) และก็ ซานโช (8 ประตู) ขณะที่บาเยิร์นมีเพียงแค่โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ผู้เดียวแค่นั้นที่ทำประตูได้มาก

4) ภาพจำของเยือร์เก้น คล็อปป์
สิ่งที่ยังติดตาแฟนคลับดอร์ทมุนด์ก็คือฟอร์มการเล่นที่เร่าร้อนในสมัยของคล็อปป์ ซึ่งพาทีมเสือเหลืองคว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จในปี 2011 และ 2012 ตอนนี้ ลูเซียง ฟาฟร์สามารถนำเอาภาพนั้นกลับมาสู่แฟนคลับได้อีกครั้ง

ในตอนนี้พวกเขาทำแต้มได้มากกว่าสมัยคว้าชัยชนะลีกครั้งล่าสุดอยู่ 1 คะแนน (หลังแมตช์เดย์ที่ 25) และแนวทางการเล่นสไตล์บุกอย่างดุเดือดก็ดูอย่างกับว่าตอนนั้นไม่มีผิด แถมยังทำประตูรวมไปแล้วถึง 61 ลูก มากยิ่งกว่าในยุคของคล็อปป์ซะด้วย อีกเรื่องที่น่าสนใจก็คือในช่วงฤดูกาล2010/11 ภายหลังจากผ่านไป 24 นัด ดอร์ทมุนด์ปราชัยเพียง 2 นัดหมายเท่ากับในฤดูกาลนี้เลย ภาพจำมันแจ่มกระจ่างรวมทั้งฉายแววแชมป์จริงๆ

5) วัตถุประสงค์เดียว
หลังจากตกรอบยูเอฟ่า แชมเปียนส์ลีก แล้วก็เดเอฟเบ โพค้างล เป็นระเบียบแล้ว ในเวลานี้ดอร์ทมุนด์ก็เหลือแชมป์ลีกให้ลุ้นอยู่เพียงแต่รายการเดียวแค่นั้น จึงเชื่อมั่นได้เลยว่าสมาชิกของฟาฟร์จะทุ่มเทพลังทุกขีดให้กับการฉกชิงแชมป์บุนเดสลีกาเต็มพิกัดอย่างแน่แท้ ต่างกับบาเยิร์นที่เพิ่งจะตกรอบจากศึกยูเอฟ่า แชมเปียนส์ลีกมาหมาดๆซึ่งนักเตะกำลังเหนื่อยล้าและก็เสียขวัญกำลังใจไม่หาย แถมยังมีถ้วยเดเอฟเบ โพคาลให้ไปโฟกัสอีกรายการนึงด้วย

ต่อไปนี้มาดู 5 ข้อของข้างคุ้มครองแชมป์กันบ้าง…

1) ความเป็นจริงเป็นจังของสองปีกจรวด

5 เหตุผลที่ “เสือเหลือง” และก็ “เสือใต้” จะซิวแชมป์ลีกปีนี้ได้
เวลาที่ผู้เล่นดอร์ทมุนด์ในกลุ่มเดี๋ยวนี้เอาเหรียญแชมป์ลีกมารวมกันได้ 10 เหรียญ แต่ว่าฟรองก์ ริเบรี ปีกจรวดเลือดน้ำหอมเพียงคนเดียวก็มีตั้ง 8 เหรียญเข้าไปแล้ว! แล้วก็เขามุ่งมั่นต้องการสุดๆที่จะคว้าเหรียญที่ 9 ให้กับตนเองให้ได้เพื่อทำสถิติคว้าแชมป์บุนเดสลีกาสูงสุดชั่วนิจนิรันดร์แซงหน้าตำนานนักเตะกลุ่มเสือใต้ทั้ง 4 คนเป็น โอลิเวอร์ ค้างห์น ฟิลิปป์ ลาห์ม บาสเตียน ชไวน์ชไตเกอร์ และก็เมห์เม็ต โชลล์

ส่วนทางกราบขวา อาร์เยน ร็อบเบน ก็ไม่น้อยหน้า เขามุ่งมั่นได้แชมป์ลีกสมัยที่ 8 ให้กับตนเองด้วยเหมือนกัน

ลองมานับเหรียญแชมป์บุนเดสลีกาของนักฟุตบอลบาเยิร์นชุดปัจจุบันกันเล่นๆดูบ้าง ดาวิด อาลาบา กับ โทมัส มึลเลอร์ ได้คนละ 7 ยุค เชโรม บัวเต็ง คาบี้ มาร์ติเตียนเนซ มานูเอล นอยเอ้อร์ ราฟินญ่า แล้วก็ เลวานดอฟสกี้ คนละ 6 ยุค รวม 9 คนคว้าไปแล้ว59 เหรียญถือว่าสูงสุดในบรรดาลีกท็อป 5 ของยุโรปเลยทีเดียว..

2) ฟอร์มเข้าที่เข้าทาง
ว่ากันว่าการแข่งฟุตบอลลีกก็เสมือนการวิ่งมาราธอน ไม่ใช่การวิ่งระยะสั้น หลังแมตช์เดย์ที่ 15 บาเยิร์นตามหลังดอร์ทมุนด์ถึง 9 แต้ม แต่ก็ลดช่องว่างมาที่ 6 แต้มหลังผ่านครึ่งฤดูแรกไป และแล้วบาเยิร์นก็ระเบิดฟอร์มแชมป์เก่าได้สำเร็จ เมื่อทำผลงานเยี่ยมที่สุดชนะถึง 7 จาก 8 เกมปัจจุบัน (แพ้นัดเดียว)

ในระหว่างที่ดอร์ทมุนด์เอาชนะได้เพียงแต่ 4 นัด (เสมอ 3 แพ้ 1) จนกระทั่งทำให้พรรคพวกเสือใต้ผงาดกลับขึ้นมานำเป็นผู้นำฝูงด้วยผลต่างประตูที่มากกว่า 2 ลูก ช่วงนี้คงจะเรียกได้ว่าบาเยิร์นสตาร์ทเครื่องเต็มที่กระทั่งขุนพลดอร์ทมุนด์เริ่มออกอาการหวั่นๆแล้วล่ะ

3) ศึกชิงบัลลังก์ที่อัลลิอันซ์ อารีน่า
90 นาทีแห่งศึก “แดร์ คลาสสิกเคอร์” ในวันที่ 6 เดือนเมษายนนี้อาจเป็นการตัดสินชะตาแชมป์บุนเดสลีกาเลยก็เป็นได้ โดยดอร์ทมุนด์ควรต้องเคลื่อนพลไปเยือนถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่า รังเหย้าของบาเยิร์น มิวนิค ในแมตช์เดย์ที่ 28 ถึงแม้ในฤดูกาลนี้ บาเยิร์นจะทำผลงานในบ้านได้ไม่สู้ดีนัก

แต่เชื่อเถอะว่าการเล่นในบ้านต่อหน้าแฟนบอลกว่า 75,000 คนแถมถาดแชมป์บุนเดสลีกาที่พวกเขาเคยชินยังอยู่ใกล้นิดเดียวแล้วล่ะก็... พรรคพวกเสือใต้อาจจะเล่นด้วยความดุเดือดกว่าธรรมดาอย่างแน่นอน

ขณะเดียวกันดอร์ทมุนด์นั้นมีสถิติไม่ค่อยดีนักสำหรับการมาเยี่ยมแคว้นบาวาเรีย พวกเขาพ่ายให้กับบาเยิร์นใน 4 นัดหมายปัจจุบันที่มาเยือนนครมิวนิค เสียถึง 17 ประตู ยิงคืนได้เพียงแค่3 ลูกเพียงแค่นั้น หากไม่นับผลงานในสมัยของคล็อปป์ที่พาเสือเหลืองมาชนะ 3 เสมอ 1 แล้วล่ะก็ ระหว่างปี 1993 ถึง 2010 ดอร์ทมุนด์ไม่อาจจะเอาชนะบาเยิร์นถึงมิวนิคได้เลยสำหรับเพื่อการพบกันทั้งสิ้น 18 ครั้ง ศึกคราวนี้อาจเป็นเกมที่น่าจับตาที่สุดในฤดูกาลนี้เลยทีเดียว

4) ตัวแปร X
ตัวแปร X ในที่นี้ก็คือดาวยิงที่ฉลองการยิงประตูด้วยวิธีการทำเครื่องหมาย X เสมอ “โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้” หัวหน้าดาวซัลโวสูงสุดคนปัจจุบันนี้เป็นตัวแปรตัวสำคัญในการได้แชมป์ของบาเยิร์น ฤดูนี้เขายิงไปแล้ว 17 ประตู และก็เพิ่งจะทำสถิติเป็นนักฟุตบอลต่างประเทศที่ทำประตูในบุนเดสลีกาสูงสุดนิรันดร (197 ประตู)

กัปตันกลุ่มชาติโปแลนด์วัย 30 กะรัตคนนี้คือเครื่องรับรองการบรรลุเป้าหมายของบาเยิร์น เขาสามารถทำประตูในบุนเดสลีกาได้ถึง 81 เกมซึ่งช่วยทำให้บาเยิร์นเอาชนะคู่ปรปักษ์ได้ถึง 75 นัด เสมอ 5 นัดแล้วก็แพ้เพียงนัดหมายเดียว มีอัตรายิง 1 ประตูในทุกๆ128 นาที บอกได้เลยว่าในเกมที่เหลืออีก 9 นัด เอาช้างมาฉุดก็ไม่อยู่...

5) นิเก๋ วัววัช
ความคาดหวังที่กรุงมิวนิคนั้นยิ่งใหญ่ไม่เบา พวกเขาไม่ได้อยากเป็นที่สอง “แชมป์เพียงแค่นั้น” คือจุดหมายของเทรนเนอร์ป้ายแดงแห่งถ้ำเสือใต้ แม้ว่าจะเริ่มต้นได้อย่างทุลักทุเล

แม้กระนั้นอดีตเทรนเนอร์ “อินทรีแดง-ดำ” ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ตแล้วก็ทีมชาติโครเอเชียก็เริ่มปรับเท่าเทียมในทีมได้ดีขึ้นเรื่อยๆเขาใช้มิดฟิลด์ตัวรับสองคนช่วยสกรีนการบุกให้กับเซ็นเตอร์ตัวหลักอย่าง นิคลาส ซือเล่อ กองหลังดาวรุ่งวัยเพียงแต่ 23 ปี นอกจากนั้นยังได้ ฮาเมส โรดริเกซที่หายเจ็บกลับมาช่วยในเกมรุกอีกด้วย

สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับบาเยิร์นก็คือ กุญแจสำหรับในการครองแชมป์ของพวกเขาไม่ใช่การถล่มคู่ปรับแบบกินขาดซึ่งมีให้มองเห็นในหลายๆนัดก่อนหน้าที่ผ่านมา แต่เป็นการเน้นย้ำผลของการแข่งขันในเกมที่ใกล้เคียงชี้ชะตากันด้วยประตูสำคัญๆ

ซึ่งพวกเขามักเอาชีวิตรอดได้เสมอ ในระหว่างที่ดอร์ทมุนด์เองกลับเสียท่าทำคะแนนตกไปหลายต่อบ่อยมาก สิ่งนี้เองที่สร้างความไม่เหมือนให้กับทีมแชมป์แล้วก็รองแชมป์ แล้วก็นี่บางครั้งก็อาจจะเป็นกุญแจสำคัญสำหรับในการฉลองแชมป์ลีก 7 ยุคต่อเนื่องกันของพลพรรคบาเยิร์น ณ จตุรัสมาเรียนพลัตซ์ ข้างหลังจบฤดูกาลสุดมันในพ.ค.นี้ก็เป็นไปได้
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : alexis-brill.com

ขอบคุณบทความจาก : http://alexis-brill.com

Tags : http://alexis-brill.com,alexis-brill.com,alexis-brill


 

Display Pagerank
Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34