แนะนำให้ใช้เบราว์เซอร์ Firefox หรือ Chrome ในการใช้งานเว็บลำพูนคลับ | ลำพูนคลับไม่สนับสนุนการซื้อขายสิ่งผิดกฏหมายและละเมิดลิขสิทธิ์ทุกชนิด





ผู้เขียน หัวข้อ: ผิวแพ้ง่ายเกิดขึ้นได้จากหลายกรณี ไม่ว่าจะเป็นความไม่ดีเหมือนปกติทางผิวหนังจำพวกต่างๆผิวหนังขาดความชื้น  (อ่าน 31 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ jangna097narak

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 940
  • จิตพิสัย: +0/-0
ผิวแพ้ง่าย เป็นสถานการณ์ที่ผิวไวต่อสิ่งรบกวนด้านนอก โดยยิ่งไปกว่านั้นสารเคมีแล้วก็สภาพภูมิอากาศ ก่อให้เกิดผื่นแดง ตุ่มนูน รู้สึกคัน แสบ หรือมีผิวลอกได้ กระบวนการทำความรู้ความเข้าใจถึงมูลเหตุแล้วก็สิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่นำไปสู่การระคายเคือง ตลอดจนแนวทางดูแลและก็เลือกใช้สินค้าเพื่อบำรุงผิวพรรณที่สมควร บางทีอาจช่วยรีบฟื้นฟูให้ผิวกลับมามีสุขภาพแข็งแรง ผิวแข็งแรงดังเดิมได้

ผิวแพ้ง่ายพินิจได้เช่นไร

หลายๆคนที่ใช้สินค้าสำหรับบำรุงผิวพรรณขี้อายประเภทแล้วกำเนิดอาการแพ้มักรู้เรื่องว่าตัวเองมีผิวแพ้ง่าย แต่ทว่าตามที่เป็นจริงแล้วบางทีอาจเป็นเพียงแค่อาการแพ้ที่เกิดขึ้นจากสารเคมีบางตัวโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หรือการใช้สินค้านั้นๆในจำนวนมากเกินความจำเป็น แนวทางสังเกตว่าตัวเองมีผิวแพ้ง่ายหรือเปล่า ทำเป็นดังต่อไปนี้

ผิวแดงขึ้นโดยทันทีข้างหลังสัมผัสสิ่งที่เป็นตัวกระตุ้น ดังเช่น การใช้โฟมที่ใช้ล้างหน้า หรือการเผชิญหน้าลมแรง หากแม้ดูอย่างกับว่าคือเรื่องธรรดา แม้กระนั้นบางทีอาจเป็นลักษณะของผิวแพ้ง่ายจากผื่นผิวหนังอักเสบประเภทโรซาเซีย (Rosacea) ซึ่งเป็นภาวการณ์ที่เส้นเลือดฝอยใบหน้าแตก ร่วมกับมีตุ่มเล็กๆขึ้นตามคาง แก้ม รวมทั้งจมูก
ผิวหลุดลอกบ่อยๆจากการขาดความชื้น มักมีเหตุมาจากการใช้สินค้าที่มีส่วนผสมของสารรีบการผลัดเซลล์ผิว ยกตัวอย่างเช่น กรดไกลวัวลิก หรือเรตินอยด์ ในจำนวนมากเป็นระยะเวลานาน
แสบผิว ผิวพุพองง่าย เกราะคุ้มครองปกป้องผิวของผู้มีผิวแพ้ง่ายนั้นเปราะบางกว่าคนทั่วๆไป ทำให้ผิวไวต่อสารเคมีหลากหลายประเภทและก็บางทีอาจมีการเคืองหลังจากที่ใช้สินค้าต่างๆดังเช่นว่า เครื่องแต่งหน้า สารทำความสะอาด สินค้าเพื่อบำรุงรักษาผิว ฯลฯ
รู้สึกคันเสมอๆเนื่องมาจากผิวแห้ง เกราะคุ้มครองผิวที่บางไม่เพียงแค่ทำให้ระคายง่าย แม้กระนั้นอาจทำให้ผิวเก็บกักความชื้นได้น้อยแล้วก็รู้สึกแห้งแข็งกระทั่งมีลักษณะคันตามผิวหนัง
ผิวแพ้ง่ายเป็นผลมาจากอะไร

ผิวแพ้ง่ายเกิดขึ้นได้จากหลายกรณี ไม่ว่าจะเป็นความไม่ดีเหมือนปกติทางผิวหนังจำพวกต่างๆผิวหนังขาดความชื้น หรือการพบเจอลักษณะอากาศที่ไม่ดีต่อผิวหนังเป็นระยะเวลานาน ดังต่อไปนี้

ผิวหนังอักเสบ เป็นสภาวะที่ทำให้มีลักษณะคันหรือเกิดผื่นแดงตามผิวหนัง ทั้งยังนำมาซึ่งการทำให้เกราะปกป้องรักษาผิวบางลงกระทั่งมีการเคืองจากสิ่งเร้าข้างนอกได้ง่าย อาทิเช่น น้ำ ความร้อน ความเย็น ความชุ่มชื้น ฯลฯ
ผื่นระคายสัมผัส ปัญหาผิวหนังอักเสบที่อาจเกิดขึ้นจากการพบเจอต้นสายปลายเหตุห้อมล้อมหรือสัมผัสสารก่อความเคืองในจำนวนมากหรือเป็นระยะเวลานาน ตัวอย่างเช่น สารเคมี รังสีรังสียูวี ความร้อน ความเย็น ฯลฯ อาจส่งผลให้เกิดผื่นแดง ผิวแห้งแตก แล้วก็รู้สึกคันตามผิวหนัง บางรายอาจมีเพียงแค่อาการคันปรากฏเพียงแค่นั้น
ผื่นแพ้สัมผัส เป็นผิวอักเสบที่เกิดขึ้นจากตัวกระตุ้นด้านนอกร่างกาย อาทิเช่น สารเคมีบางประเภทในเครื่องแต่งตัว ลักษณะที่คล้ายกับผื่นระคายสัมผัส แต่ว่าเกิดขึ้นได้ยากกว่า ดังนี้ อาการผื่นแพ้บางทีอาจเกิดขึ้นใน 2-3 วัน ภายหลังจากสัมผัสตัวกระตุ้น
ผื่นคันจากการสัมผัส มีลักษณะเป็นรอยบวมแล้วก็แดงที่ผิวหนัง มักปรากฎในทันทีภายหลังจากสัมผัสตัวกระตุ้นหรือสารก่อภูมิแพ้
ผื่นผิวหนังอักเสบจำพวกโรซาเซีย มักกำเนิดหลังจากที่มีการใช้สินค้าเกี่ยวกับผิวหน้าหรือเครื่องแต่งหน้าจำพวกเดิมติดต่อกันเป็นเวลานานนับเป็นเวลาหลายปี ทำให้เส้นเลือดฝอยใบหน้าแตก ผิวหน้าบวม แดง แพ้ง่าย แล้วก็มีตุ่มเหมือนสิว
Aquagenic Pruritus เป็นโรคผิวหนังที่ทำให้มีลักษณะอาการคันข้างหลังอาบน้ำ ไม่ว่าจะเป็นน้ำเย็น น้ำอุ่น หรือน้ำอุณหภูมิปกติก็ตาม
ผิวแห้ง อาจเป็นเพราะกรรมพันธุ์ การกินยา สภาพภูมิอากาศที่มีความชุ่มชื้นต่ำ ผลพวงจากโรค หรือชำระล้างผิวหลายครั้งเหลือเกิน ทำให้ผิวระคาย แพ้ง่าย รวมทั้งมักมีลักษณะอาการคันร่วมด้วย โดยยิ่งไปกว่านั้นเมื่ออยู่ในที่ที่มีอากาศร้อน
Cutaneous Mastocytoses เป็นสภาวะไม่ปกติที่ชั้นผิวหนังมีแมสท์เซลล์ (Mast Cells) ในจำนวนมาก เซลล์จำพวกนี้จะปลดปล่อยสารฮิสทามีน (Histamine) ที่กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดอาการแพ้เมื่อมีสารก่อภูมิแพ้ไปสู่ร่างกาย ทำให้ผิวมีผื่นแดงรวมทั้งบวม
คาร์สินอยด์ซินโดรม (Carcinoid Syndrome) เป็นกรุ๊ปอาการโรคโรคมะเร็งคาร์สินอยด์ คนป่วยมักมีผิวหนังแดงจากเส้นเลือดฝอยขยายตัว ปรากฏร่วมกับอาการอื่นๆอย่างเช่น ท้องเดิน เจ็บท้อง หายใจมีเสียงหวีดร้อง ความดันเลือดต่ำ ฯลฯ
สภาพแวดล้อม การพบเจอกับสิ่งแวดล้อมที่รังแกผิวอย่างสม่ำเสมอ อาทิเช่น แดด ลม อากาศร้อนหรือหนาวจัด อาจก่อให้กำเนิดอาการแพ้ได้
ทดลองผิวแพ้ง่ายได้ยังไง

ผู้มีผิวแพ้ง่ายควรจะเข้ารับการตรวจค้นปัจจัยที่ก่อกำเนิดอาการแพ้ เพื่อรับการดูแลและรักษาหรือเลี่ยงต้นเหตุกระตุ้นดังที่กล่าวผ่านมาแล้วได้อย่างถูกจุด โดยหมอบางทีอาจตรวจสอบอาการและก็ชี้แนะให้รับการทดลองด้วยแนวทางดังนี้

แนวทางปิดสารทดสอบบนผิวหนัง เป็นแนวทางที่นิยมใช้ทดลองภูมิแพ้ผิวหนัง หมอจะปิดแผ่นติดผิวหนังที่ป้ายสารก่ออาการแพ้ 20-30 ประเภท รอบๆแขนหรือแผ่นข้างหลังของผู้ทดลองแล้วก็ทิ้งเอาไว้โดยประมาณ 48 ชั่วโมง ระหว่างนี้จะต้องหลบหลีกไม่ให้ผิวหนังรอบๆที่ทดลองสัมผัสน้ำแล้วก็มีเหงื่อออก เมื่อถึงกำหนดก็เลยดึงแผ่นติดผิวหนังออก ถ้าเกิดพบว่าผิวหนังรอบๆใดเกิดผื่นแดง แปลว่าคนรับการทดลองแพ้สารจำพวกนั้นๆ
แนวทางสะกิด ใช้ตรวจดูสารก่อภูมิแพ้ได้ถึง 40 จำพวกในคราวเดียว นิยมเอามาทดลองอาการแพ้จากเกสรดอกไม้ เชื้อรา ไรฝุ่นละออง และก็ของกิน หมอจะหยดสารที่คาดว่าส่งผลให้เกิดการแพ้ตามรอบๆท้องแขนหรือแผ่นข้างหลัง แล้วต่อจากนั้นใช้เข็มสะกิดผิวของผู้ทดลองตามจุดที่หยดสาร แล้วทิ้งเอาไว้ 15 นาที ตำแหน่งที่แพ้จะเกิดผื่นแดงหรือตุ่มเหมือนยุงกัด ดังนี้ หมอบางทีอาจป้ายฮิสทามีน กลีเซอรีน (Glycerin) หรือน้ำเกลือ ลงบนผิวจำพวกละตำแหน่งด้วย เพื่อมองว่าผิวหนังของผู้ทดลองสนองตอบต่อสารก่อภูมิแพ้ปกติหรือเปล่า ถ้าหากผิวไม่สนองตอบต่อฮิสทามีน บางทีอาจจำเป็นต้องใช้การทดลองด้วยแนวทางอื่นแทน ส่วนผิวที่ป้ายกลีเซอรีนหรือน้ำเกลือแล้วกำเนิดอาการแพ้ บางทีอาจแสดงได้ว่าผู้ทดลองมีผิวแพ้ง่าย
การตัดชิ้นเนื้อจากผิวหนังส่งไปตรวจ เป็นการตัดเยื่อผิวหนังรอบๆที่ไม่ดีเหมือนปกติและก็นำไปตรวจสอบด้วยกล้องจุลทรรศน์ เพื่อหาสิ่งที่ทำให้เกิดอาการเปลี่ยนไปจากปกติ
ผิวแพ้ง่ายควรจะดูแลเช่นไร

ผู้มีผิวแพ้ง่ายควรจะเลือกใช้สินค้าชำระล้างหน้า บำรุงผิวหน้า รวมทั้งเครื่องแต่งตัวที่สุภาพต่อผิว รวมทั้งปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพื่อหลบหลีกเหตุที่บางทีอาจกระตุ้นให้ผิวหนังกำเนิดอาการแพ้หรือเคือง ดังต่อไปนี้

ทดลองอาการแพ้ทุกหนก่อนใช้สินค้าทุกประเภท โดยทาบางๆรอบๆข้อพับแขน ข้อมือ ท้องแขน หรือข้างหลัง เลี่ยงไม่ให้ผิวหนังส่วนที่ทดลองสัมผัสน้ำหรือเหงื่อราว 48 ชั่วโมง ถ้าหากเกิดผื่นแดงมีความหมายว่ามีลักษณะแพ้และไม่ควรจะใช้สินค้าดังกล่าวมาแล้วข้างต้น
เลี่ยงสินค้าที่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ และก็ส่วนประกอบบางจำพวกที่อาจจะก่อให้มีลักษณะแพ้ได้ง่าย ได้แก่ เรตินอยด์ กรดอัลฟาไฮดรอกซี (Alpha-Hydroxy Acids: AHA) ทัลคัม (Talc) แร่กลีบหิน (Mica) สารเคมียับยั้งกลิ่นกาย รวมทั้งสารเคมีที่มีคุณลักษณะทำลายหรือยั้งแบคทีเรีย
ไม่สมควรใช้สินค้าเพื่อผลัดเซลล์ผิว แม้อยากผลัดเซลล์ผิวควรจะทำภายใต้การดูแลของหมอ
หลบหลีกการใช้งานเครื่องสำอางที่มีคุณลักษณะกันน้ำหรือมีสารกันเสียเป็นองค์ประกอบ
ไม่สมควรใช้เครื่องแต่งตัวหรือสินค้าที่หมดอายุ เพราะเหตุว่าบางทีอาจมีการเปลี่ยนภาวะรวมทั้งเป็นโทษต่อผิวหนัง
เลี่ยงสภาพภูมิอากาศหนาวจัดหรือร้อนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีปัญหาทางผิวหนัง เป็นต้นว่า ผื่นผิวหนังอักเสบ เนื่องจากอาจจะก่อให้อาการแพ้ร้ายแรงขึ้น
เลี่ยงการออกที่โล่งแจ้งในขณะ 9.00-14.00 น. เนื่องจากว่าเป็นตอนๆที่มีความเข้มของรังสียูวีออกจะสูง
ใช้สินค้าที่ผ่านการยืนยันจากอย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) แค่นั้น
ใช้สินค้าสำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่ายโดยยิ่งไปกว่านั้น
ใช้สินค้าสำหรับเพิ่มความชื้นให้ผิวเสมอๆเพื่อคุ้มครองผิวแห้ง โดยควรที่จะเลือกที่สร้างมาจากวัตถุดิบธรรมชาติเป็นหลักและก็ไม่มีน้ำหอม
ทาโลชั่นกันแดดที่มีค่าป้องกันแสงแดดหรือ SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไปบ่อยๆ โดยยิ่งไปกว่านั้นก่อนออกแดด ควรที่จะเลือกโลชั่นที่มีไว้กันแดดที่มีส่วนผสมของสิงก์ออกไซด์ (Zinc Oxide) รวมทั้งไททาเนียมไดออกไซด์ (Titanium Dioxide) เป็นหลัก เนื่องจากว่าสารทั้ง 2 จำพวกนี้จะไม่ซึมผ่านผิวหนัง ทำให้เสี่ยงมีการแพ้ได้น้อย
หมั่นล้างรวมทั้งชำระล้างข้าวของที่สัมผัสผิวหน้าบ่อยๆ ดังเช่น เครื่องมือแต่งหน้าทาปาก ปลอกที่เอาไว้ใส่หมอน ฯลฯ เพราะเหตุว่าเชื้อแบคทีเรียที่สะสมอยู่ตามสิ่งกลุ่มนี้บางทีอาจเป็นเหตุนำมาซึ่งการก่อให้เกิดสิวรวมทั้งปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับทางผิวหนังที่ทำให้ผิวระคายง่าย
เลือกใส่เสื้อผ้าเนื้อบางเบา ไม่รัดรูป หรือสร้างมาจากวัตถุดิบธรรมชาติ ดังเช่น ผ้าฝ้าย เพื่อคุ้มครองการระคายเคืองของผิวหนัง


ก่อนที่จะวินิจฉัยว่าตนเองเป็นคน ผิวแพ้ง่าย มาอ่านเนื้อหานี้ก่อนนะคะ
คนจำนวนมากมักมีความรู้สึกว่าเมื่อกำเนิดอาการแสบ คัน หรือแดง หรือความเปลี่ยนไปจากปกติจากการใช้งานเครื่องสำอางจะเป็นการแพ้ไปทั้งสิ้นซึ่งตามความเป็นจริงแล้วเมื่อกำเนิดอาการดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว โดยมากมากยิ่งกว่า 80-90 % จะเป็นการเคือง ที่เหลืออีก 10-20% แค่นั้นที่เป็นการแพ้จริงๆ

าการไม่ดีเหมือนปกติจากการใช้งานเครื่องสำอางมี 2 ชนิดสำคัญๆ
1. การระคายเคือง Irritant contact dermatitis : เจอได้ 80-90% อย่างยิ่งจริงๆแล้วก็มักเกิดขึ้นกับคนจำนวนมาก ไม่่ใช่เพียงแค่พวกเราผู้เดียว ผู้อื่นใช้ก็มีลักษณะแบบเดียวกัน ทำให้เห็นว่า ครีมนั้นๆอาจมีส่วนประกอบของสารบางจำพวกที่ก่อการเคือง

การระคายเคืองขึ้นอยู่กับ

ความแข็งแรงแล้วก็บริบูรณ์ของผิวในตอนนั้น : มีผิวแห้ง ลอก ผิวชั้นนอกขาดความสมบูรณ์ เรียงหน้าไม่มีระเบียบ เป็นต้นว่า กัดหน้ามาตลอด เพิ่งจะไปทำ laser ผึ่งแดดจัด กรุ๊ปพวกนี้มีการเสี่ยงที่จะกำเนิดอาการระคายได้ง่ายยิ่งกว่าคนทั่วๆไป การดูแลรักษาผิวให้ถูก ย้ำสร้างเสริม skin barrier จะช่วยทำให้ผิวมีความแข็งแรงแล้วก็ทนต่อการระคายเคืองเจริญขึ้น
จำนวนที่ใช้ : ทามาก ระคายมากมาย ทาน้อย ระคายน้อย หยุดใช้อาการรวมทั้งหายไป พอกลับมาใช้ใหม่ ครั้งคราวก็มีลักษณะ ครั้งคราวก็ไม่มีอาการ
ช่วงเวลาที่ใช้ : แรกๆที่ใช้ ช่างเถอะ แต่ว่าวันดีคืนดี ก็มีลักษณะอาการ อาจจะเกิดขึ้นได้ก็เพราะมีการเคืองนิดๆจนกระทั่งสะสม
ความเข้มข้นของสารก่อระคายในสินค้า : การระคายเคืองมักมีต้นเหตุที่เกิดจากสินค้าที่มีส่วนผสมบางประเภทเข้มข้นเกินความจำเป็น ถ้าลดความเข้มข้นลงก็จะไม่ก่อเกิดอาการระคายตัวอย่างเช่น AHA ความเข้มข้นต่ำ พวกเราจะไม่เคยทราบสึกคันยิบๆแต่ว่าถ้าเกิดความเข้มข้นสูงมากขึ้น ก็จะรู้สึกแสบยิบๆราวกับโดนเข็มแทง


2. การแพ้ Allergic contact dermatitis : เจอเพียงแต่ 10-20%
การแพ้นับว่าเป็นปฏิกิริยาส่วนตัว ผิวของแต่ละคนก็แพ้สารต่างๆนาๆ การจะรู้ดีว่าตนนั้นแพ้สารเคมีตัวไหน จำต้องกระทำทดลองในห้องแลบของ โรงพยาบาล เรียกว่าการทำ patch test ปัญหาที่ว่า ครีมนี้หนูใช้ได้มั๊ย ใช้แล้วจะแพ้มั๊ย ไม่มีผู้ใดตอบได้ แพทย์ที่เก่งที่สุดในโลกก็ตอบมิได้จ้ะ นอกเหนือจากที่จะทดลองใช้แล้วก็ทดลองแพ้มองสักหนึ่งครั้ง แนวทางการทำ patch test เพื่อทดลองหาสารที่แพ้ก่อนเกิดเรื่องที่ดี แล้วก็ค่อยมาเลือกเครื่องแต่งตัวว่ามีสารที่แพ้ผสมอยู่ไหม
ผลของการทำ patch test สามารถใช้ชี้แจงการแพ้กับผิวหนังทุกส่วนของร่างกาย มีความหมายว่า ถ้าเกิดทำ patch test ที่แผ่นข้างหลังแล้วพบว่าพวกเราแพ้สาร A หากเอาสาร A ไปทาที่หน้า ขา แขน หรือส่วนอื่นของร่างกาย ก็จะกำเนิดอาการแพ้ด้วยเหมือนกัน

ข้อควรจะจำ
1. ถ้าเกิดพวกเราแพ้ ไม่ว่าจะทาสินค้านั้นบนส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ก็จะกำเนิดอาการ ผื่น บวม แดง คันได้แบบเดียวกันหมด ข้อนี้เป็นความต่างจากการระคายเคืองที่แจ่มแจ้ง อย่างที่ได้บอกไปว่าการระคายนั้นขึ้นอยู่กับความแข็งแรงและก็ความสมบูรณ์ของผิวหนัง บางบุคคลกัดหน้า ใช้ยารักษาสิวมาตลอด พอเพียงมาทาครีมก็กำเนิดอาการเคืองได้ แม้กระนั้นเพียงพอเอาครีมนั้นไปทาท้องแขน ทาขา ทาแผ่นข้างหลัง กลับช่างเถอะเลย
2. ผิวจะแข็งแรงบริบูรณ์หรือบางอ่อนแอ ก็แพ้ได้เช่นเดียวกัน : การแพ้มิได้สังกัดว่าคุณจะมีผิวแข็งแรงหรือบางอ่อนแอ แม้กระนั้นผู้ที่ผิวบางอ่อนแอและก็กำลังมีการเคืองจากสินค้าบางสิ่งบางอย่าง กลุ่มนี้มีการเสี่ยงที่จะมีการแพ้ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
3. เพียงแค่ความเข้มข้นน้อยๆก็แพ้ได้ : ไม่ต้องทามากมาย ทาบางๆก็แพ้ เพียงแค่ความเข้มข้นต่ำๆก็สามารถกระตุ้นให้ภูมิต้านทานสร้างแอนติบอดีต้านได้

อาการแพ้ ที่มองเห็นได้ชัดที่สุดเป็น ผื่นแดง คัน บางบุคคลบางทีอาจปรับปรุงเป็นสิวแล้วก็ขยาย ควรจะแยกการแพ้แล้วก็การระคายเคืองให้ออก แม้ว่าจะเป็นอะไรที่แยกยาก เพราะเหตุว่าอาการใกล้เคียงกันมากมาย แต่ว่าก็ต้องการให้เพียรพยายามแยกให้ได้ โดยหาเรื่องผล เชื่อมโยงความเกี่ยวพันระหว่างตอนที่ใช้กับอาการที่เกิดขึ้น จะได้ปกป้องตัวเองได้ถูกและไม่เป็นการปิดโอกาสตนเองที่กำลังจะได้ใช้สรับประทานสนใจตัวอื่น เคยพบคนไม่ใช่น้อย บอก




 

Display Pagerank
Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34