แนะนำให้ใช้เบราว์เซอร์ Firefox หรือ Chrome ในการใช้งานเว็บลำพูนคลับ | ลำพูนคลับไม่สนับสนุนการซื้อขายสิ่งผิดกฏหมายและละเมิดลิขสิทธิ์ทุกชนิด





ผู้เขียน หัวข้อ: ตำแหน่งของครัวควรหันไปในด้านที่รับแสงแล้วก็ลมให้ผ่านเข้ามาในห้องครัวตามช่องประตู  (อ่าน 8 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ nitigorn20

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 24732
  • จิตพิสัย: +0/-0
ทีมสถาปนิกมากฝีมือประสบการณ์สูงทั้งทั้งประเทศไทยและเทศ ออกแบบบ้าน ห้องนอน ห้องครัว ซ่อมซ่อมต่อเติม รับเหมาต่อเติมบ้าน คุยต่อรองได้
 
 
ที่ตั้งของครัวนั้นขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นห้องครัวเปิดแบบอยู่ด้านในตัวบ้านซึ่งสามารถใช้พื้นที่ได้โดยตลอดหรือเลือกห้องครัวแบบปิด บางทีอาจตั้งอยู่นอกบ้าน เเต่ไม่ว่าจะห้องครัวแบบไหนก็ควรหันไปในทิศที่รับแสงสว่างแล้วก็ลมให้ผ่านเข้ามาในครัวตามช่องประตู หน้าต่าง รวมทั้งช่องแสง  รับเหมาต่อเติมบ้าน รีโนเวทให้บริการรับต่อเติมบ้าน

ทิศของเเสงกับห้องครัว
เเนวคิดหลักก็คือห้องครัวควรจะอยู่ในด้านที่มีเเสงสว่างส่องเข้าถึงได้ เพื่อให้เเสงแดดได้ฆ่าเชื้อโรคต่างๆและก็ไล่ความชื้นข้างในห้องครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งรอบๆอ่างล้างถ้วยชามควรจะอยู่ใกล้กับช่องหน้าต่าง จะได้ช่วยให้อากาศถ่ายเทและระบายกลิ่นต่างๆเวลาปรุงอาหาร นอกเหนือจากนั้นยังทำให้ครัวเย็นสบาย
...มาดูผลจากการตั้งครัวในเเต่ละทิศกันเลยดีกว่า…
- เเสงทางทิศเหนือให้ความสว่างกับห้องครัวได้ตลอดทั้งวัน เเต่ไม่เกิดความร้อน เพราะว่าไม่ใช่แนวทางโคจรของพระอาทิตย์
- เเสงทางใต้ชอบส่องครัวในช่วงฤดูหนาว เเละจะให้เเสงเหมาะสมในฤดูร้อน การที่ทำช่องเเสงบนหลังคาทางทิศใต้จะช่วยให้ครัวได้รับเเสงในช่วงฤดูหนาวได้เต็มที่ เพราะเหตุว่าในช่วงฤดูหนาวดวงอาทิตย์จะอ้อมไปทิศใต้
- เเสงทางทิศตะวันออก ครัวที่หันไปทางทิศนี้จะได้รับเเสงแดดตอนเช้า ทำให้ห้องได้รับเเสงสว่างและก็ความร้อนเพราะเหตุว่าเป็นด้านที่ตะวันขึ้น
- เเสงทางทิศตะวันตก ครัวจะได้รับแดดบ่ายจนถึงเย็นก็จะไม่ค่อยสบายถ้าเกิดเข้าครัวในระยะนี้ ถ้าเกิดมีหน้าต่างใช้มูลี่ปรับเเสงหรือม่านบัง หรือจะปลูกต้นไม้เพื่อลดแสงกับความร้อนก็ได้

ตำแหน่งที่สมควรของห้องครัวในบ้าน
โดยธรรมดาคนตะวันออกมั่นใจว่าตำแหน่งที่สมควรสำหรับห้องครัวที่สุดในบ้านเป็นทิศตะวันออกเฉียงเหนือ หรือตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นด้านที่รับแสงสว่างรวมทั้งลมได้อย่างเหมาะสม ส่วนถ้าเป็นความเชื่อในเรื่องฮวงจุ้ย จะถูกใจให้ห้องครัวอยู่ทางทิศตะวันออกแล้วก็ทิศใต้ เนื่องจากทางทิศตะวันออกห้องครัวจะได้รับเเสงแดดตั้งเเต่เช้าถึงเที่ยง เเละช่วงเย็นจะเย็นสบายเวลาทำครัว ส่วนทิศใต้นั้นมีลมพัดผ่าน ทำให้อากาศถ่ายเทได้ดี
สำหรับผู้ใดกันที่กำลังสร้างบ้าน ตอนนี้อาจตกลงใจเลือกได้เเล้วใช่มั้ยขาว่าจะสร้างห้องครัวไว้ทางทิศไหนดี ชอบแบบไหนก็เลือกอย่างงั้นได้เลย สิ่งจำเป็นเลยก็คือแสงเเละลมควรต้องส่องผ่านเข้าไปในครัว เพื่อช่วยระบายอากาศ ไม่ให้กลิ่นตกค้างในห้องครัวนะคะ
 
นอกเหนือจากฮวงจุ้ยที่เหมาะกับก่อสร้างบ้านแล้ว เจ้าของบ้านควรรู้ด้วยว่า ฮวงจุ้ยลักษณะไหน ที่ไม่สมควรไปก่อสร้างบ้านในบริเวณนั้น

1. มีกระแสลมแรงพัดผ่านตลอดระยะเวลา พลังของลมจะพัดพาเงินทองเงินไม่ให้เหลือเก็บ แต่ว่าถ้าเกิดไม่มีลมพัดเลย พลังงานที่ดีก็จะไม่เวียน ฮวงจุ้ยที่ดีคือมีลมพัดผ่าน อากาศถ่ายเทดี แต่ไม่ใช่พัดแรงตลอดระยะเวลา

2. มืดและก็เย็น หมายความว่ามีพลังหยินมากจนเกินไป นำมาซึ่งโรคภัยไข้เจ็บได้ง่าย และเป็นที่อยู่ของวิญญาณซึ่งเป็นพลังงานที่ไม่ดี ไม่ควรอาศัยร่วมกับมนุษย์

3. ทางชันพุ่งเข้าหาประตู ราวกับก่อสร้างบ้านบนปลายอาวุธ มีแม้กระนั้นอันตราย ไม่ใช่เรื่องดี

4. ถนนหนทางพุ่งเข้าบ้าน เป็นลักษณะของทางสามแพร่งหรือทางผีผ่าน ยิ่งถนนหนทางยาว มีรถยนต์มากมาย ยิ่งอันตราย

5. ใกล้ทางโค้ง คล้ายรูปเคียวโดยยิ่งไปกว่านั้นสะพาน หรือวงเวียน แลเห็นรถหรือสิ่งที่จะเข้ามาในบ้านได้ยาก อาจอันตรายทั้งยังจากขโมยขโมยและเป็นจุดดักพลังงานที่ไม่ดี

6. ประชิดด้วยอาคารสูง ทั้งยังซ้ายขวาหรือ หน้าหลัง ในลักษณะเสมือนคีบบ้านที่อยู่ตรงกลาง ไม่ดี เพราะเป็นรูปแบบของหีบศพ บ้านที่อยู่ตรงกลางเป็นศพ ตาย ไม่มีวันฟื้นเท่ากับทำมาหากินไม่ขึ้น

7. มุมแหลมของบ้านข้างๆพุ่งเข้าพบตัวบ้าน ลักษณะนี้เป็นลักษณะของศรพิฆาต พลังของความคิดร้ายต่างๆจะพุ่งเข้ามาที่บ้าน

8. ด้านหน้าบ้าน เป็นสถานีตำรวจ ศาลเจ้า คุกสถานดับเพลิง สถานที่เหล่านี้คือแหล่งรวมของเรื่องร้อนใจและความเดือดเนื้อร้อนใจ ซึ่งจะมีผลมาถึงคนในบ้านด้วย

9. ที่ดินปากทางน้ำ ถือว่าไม่เป็นมงคล เนื่องจากน้ำไหลตลอดระยะเวลา เก็บทรัพย์ไม่ได้ ทั้งมีความเสี่ยงต่อการถูกกัดเซาะและอุทกภัยอีกด้วย

10. มีต้นไม้ยืนต้น เสาไฟ หรือเสาหลัก ขวางตรงประตูหน้า สิ่งของพวกนี้ถือเป็นสิ่งอวมงคล ไม่ควรให้ตั้งอยู่หน้าบ้าน

11. มีคลอง ร่องน้ำ ไหลผ่านตัวบ้าน ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย

12. มีแอ่งตรงกลางบ้าน หรือกลางตัวบ้านเป็นหลุมบ่อ กลางบ้านเป็นหัวใจของพลังงานในบ้าน แม้ยุบหรือเป็นหลุมลงไปย่อมไม่เป็นมงคล
 
ไม้แต่ละประเภทมีคุณสมบัติแตกต่าง จึงต้องควรรู้จักลักษณะเฉาพะตัวของไม้ที่นิยมใช้กันในบ้านเรา เพื่อจะได้เลือกใช้ให้เหมาะสมกับการใช้แรงงาน โดยเรียงลำดับความแข็งของเนื้อไม้จากมากไปน้อย
ไม้แดง แก่นไม้มีสีแดงอ่อนๆถึงสีน้ำตาลอมแดง เนื้อละเอียดพอประมาณ เนื้อเหนียวแข็งแรงรวมทั้งทน แต่ว่ายืดหดตัวออกจะมาก ก็เลยจำต้องผ่านการอบมาอย่างดี นิยมใช้ก่อสรา้งในส่วนที่ไม่ใช่องค์ประกอบ ดังเช่นว่าพื้น วงกบประตูหน้าต่าง เครื่องประดับบ้าน แม้ปูพื้นจำเป็นต้องเว้นขอบพื้นให้ห่างจากผนักมากยิ่งกว่าไม้ประเภทอื่น

ไม้ปเมนส์ เนื้อไม้สีแดงอมเหลืองถึงสีแดงก้อนอิฐเข้มมีความแข็งใกล้เคียงไม้แดง มีลวดลายสวยสดงดงามเนื้อละเอียดปานกลาง แต่งผิวและก็ชักเงาเจริญ แต่คนไม่ค่อยชอบเพราะบางทีสีเป็นจ้ำ

ไม้เต็ง แรกๆแก่นไม้มีสีน้ำตาลอ่อน แล้วจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแก่แกมแดง เนื้อหยาบแม้กระนั้นสม่ำเสมอ นิยมใช้ทำโครงสร้างอย่างคาน ตง แล้วก็พื้น ในตลาดมีอีกทั้งไม้เต็งไทยและก็ไม้เต็งมาเลย์ แม้กระนั้นไม้เต็งไทยจะแข็งแรงกว่า

ไม้มะค่า เนื้อไม้สีน้ำตาลอ่อนถึงสีน้ำตาลแก่และจะเข้มขึ้นเมื่อทิ้งไว้นาน มีเส้นเศษไม้ เนื้อค่อนข้างหยาบคาย แม้กระนั้นบ่อย เป็นเงาเลื่อมมองเห็นลายไม้แจ่มกระจ่าง ทนมอดปลวกก้าวหน้า มีการยืดหดค่อนข้างจะน้อย

ไม้สัก (บางหนังสือเรียนจัดเป็นไม้เนื้ออ่อน) แก่นไม้มีสีเหลืองทองคำแล้วก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและน้ำตาลแก่ มีกลิ่นราวกับหนังขัดเก่าๆมีจุดแข็งที่ลายไม้สวยสดงดงามแต่ถ้าเกิดใช้งานหนักๆจะเป็นรอยง่ายจะต้องเคลือบด้วยวาร์นิชที่ช่วยให้ไม้ทนการขัดถูมากยิ่งขึ้น
 
พื้นไฟเบอร์ปูนซีเมนต์

เป็นการผสมเส้นใยไม้แล้วก็ปูปูนซีเมนต์จึงมีความแข็งแรง ทนแดด ทนฝน แล้วก็ปลวกไม่รับประทาน เนื้อเหนียวคล้ายไม้สามารถทำสีได้ตามปรารถนา เหมือนกันกับไม้ อายุการใช้งาน 10 ปีขึ้นไป ราคาตารางเมตรละ 1,000-1,300 บาท

ไม้ผสมพอลิพรอพิลีน(PE)

เป็นอุปกรณ์ที่ผลิตขึ้นจากเยื่อไม้ผสมกับวัสดุสังเคราะห์จำพวกพลาสติกหรือพอลิพรอพิลีน (PE) ทำให้มีผิวสัมผัส ความยืดหยุ่น รวมทั้งคุณสมบัติเหมือนไม้ แม้กระนั้นทนอย่างพลาสติกผู้สร้างเสร็จจากโรงงาน และมีระบบการต่อว่าดตั้งที่สบาย ผู้ผลิตบางรายดีไซน์ให้มีทั้งตัวล๊อค ตงแล้วก็ไม้ปิดด้านข้างสำเร็จรูป อายุุการใช้งาน 15 ปีขึ้นไป ราคาตารางเมตรละราวๆ2,000 บาท

ไม้สน

เป็นไม้นำเข้า ซึ่งมีให้เลือกอีกทั้งไม้สนโตเร็ว (วงปีห่าง) ที่นิยมปลูกในประเทศนิวซีแลนด์ และก็ไม้สนโตช้า (วงปีถี่กว่า) ที่นิยมปลุกในประเทศแถบยุโปรตอนเหนือ แม้ว่าจะเป็นไม้เนื้ออ่อนแต่ว่าก็ผ่านการอบ อาบน้ำยาคุ้มครองป้องกันแมลง รวมทั้งเพิ่มเติมสารเคมีให้มีคงทนถาวร ก็เลยสามารถใช้ภายได้ มีคุณลักษณะเด่นที่มีสีอ่อน และสีสันจะกลายเป็นสีอมเทามองสวยงามไปอีกในลัษณะหนึ่ง อายุการใช้งาน10 ปีขึ้นไป ราคาตารางเมตรละ 1,200-1,500 บาท

แผ่นไม้พื้นระเบียบสำเร็จรูป

เป็นการนำไม้เนื้อแข็งมาติดบนแผ่นตะแกรงพลาสติกพอลิพรอพิลีน มีระบบล็อกระหว่างแผ่น โดยมากมีขนาดมาตราฐาน 30 x 30 และก็ 45 x 45 เซนติเมตร สามารถวางบนพื้นปูนหรือกระเบื้องเดิมได้โดยทันที ราคาขึ้นอยู่กับขนาดและดีไซด์ ราคาแผ่นละ 150-300 บาท
 
พื้นไม้ปิดผิวด้วยลามิเนต(laminated Flooring)

เป็นหลักไม้สำเร็จรูปที่นำเศษไม้มาอัดเป็นแผ่น ปิดผิวหน้าด้วยเมลามีนเรสิน เพื่อคุ้มครองการขีดข่วน รวมทั้งการยืดหดตัวของแผ่นไม้มีทั้งจำพวกผิวหน้าเรียบแล้วก็จำพวกมีผิวพิ้นสัมผัส

พื้นไม้ปิดผิวด้วยแผ่นวีเนียร์(Wood Veneer Flooring)

เป็นไม้ปูพื้นที่มีลักษณะคล้ายกับไม้ลามิเนตแต่มีความแข็งแรงน้อยกว่า มีผิวหน้าเป็นแผ่นวิเนียร์ไม้จริง รองด้วยไม้กระดานอัดหรือไม้ HDF (High Desity Fiber Board) ฉาบผิวหน้าด้วย น้ำยาฉาบแข็งหรือสารปกป้องรีงสียูวีเพื่อความคงทน

พิื้นไม้จริงแนวทางเอนจิเนียร์(Prenished Engineered Floor)

วัตถุดิบ ด้วยการใช้ผิวหน้าไม้จริงรวมทั้งตามติดด้านล่างด้วยแผ่นใยไม้อัดความหนาแน่นสูง (HDF) หรือใช้ไม้จริงที่มีคุณภาพรองลงมาวางซ้อนกันหลายๆชั้นแล้วอัดประสานด้วยการพร้อมอัดน้ำยากันปลวกรวมทั้งเคลือบข้างหลังไม้เพื่อคุ้มครองความชื้้น

พื้นไม้จริงสำเร็จรูป (Prenished Solid Floor)

เป็นไม้จริงทั้งแผ่นที่ได้พัฒนาการผลิตให้ตามมาตรฐาน โดยผ่านขั้นตอนการอบแห้ง อัดน้ำยากันปลวกทำสีและก็เคลือบผิวหน้ามาจากโรงงานพร้อมออกแบบระบบการปกป้องความชื้นแล้วก็การต่อไม้เข้าลิ้นให้ติดตั้งสบายขึ้นก็เลยติดตั้งได้รวดเร็วทันใจ ลดปัญหาไม้หดหรือปิดตัว ทั้งยังมีลวดลายแล้วก็สีสันให้เลือกเยอะมากเนื่องจากมีอีกทั้งไม้จากยุโรป อเมริกาแล้วก็เอเซีย ราคาพื้นไม้สำเร็จรูป ตารางเมตรละ 700-2000 บาท
 
แผ่นไผ่อัด

ผลิตขึ้นมาจากไผ่ในประเทศ โดยนำมาผ่านกรรมวิธีดูดอากาศ อัพน้ำยา และอบแห้ง เพื่อให้เนื้อไม้แน่นรวมทั้งอยู่ตัว จึงมีความแข็งแรงเยอะขึ้นเรื่อยๆ ปราศจากแมลงกันกิน นำมาผ่าซีกและไสตามขนาดที่อยาก อัดประสานด้วยกาวในระดับความร้อนสูงให้เป็นแผ่น และก็นำไปแปรรูปใช้งาน ได้มากมาย ทั้งกรุผนัง ทำพื้นไม้ ฝ้าเพดานเฟอร์นิเจอร์ และหลังคา ราคาตารางเมตรละ1,000-3,000 บาท

สิ่งของชดเชยไม้พร้อมโครงคร่าวๆสำเร็จรูป

ทำจากไม้ผสอมพอลิพรอพิลีน(PE) ออกแบบให้มีหลายขนาดพร้อมโครงคร่าวๆ สามารถนำมาประกอบตามแบบอย่างที่อยากได้ได้ เหมาะสำหรับทำฝาผนังและก็ฝ้าเพดานทั้งยังด้านในและภายนนอกราคาตารางเมตรละ 1,500 -2,000 บาท

แผ่นฝาผนังไม้สำเร็จรูป

เป็นไม้จริงรวมทั้งโครงพร้อมจัดตั้ง ขนาด 60×60 เซนติเมตร มีทั้งยังจำพวกผนังโปร่งและฝาผนังทึบ สามารถที่จะเอามาใช้สำหรับทำฝาผนังบังตา ฝาผนังตกแต่งทั้งยังด้านในแล้วก็ข้างนอก ราคาตารางเมตรละ 3,500-4,300 บาท
 
ติดต่อใช้บริการได้ที่: บริษัท คอมพลีทโฮม COMPLETE HOME จำกัด
รับ: ตกแต่งบ้าน
โทรศัพท์: 0959502635
Email: completehomecontact@gmail.com

ที่มา : http://www.completehome.co.th/

Tags : รับต่อเติมบ้าน, ตกแต่ง , house extension


 

Display Pagerank
Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34